ตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน

รู้ก่อน ป้องกันได้

เราเป็นศูนย์เฉพาะทาง ด้านเวชศาสตร์การฟื้นฟูและป้องกัน ที่ดูแลสุขภาพ เชิงรุกมุ่งเน้นการป้องกัน มากกว่าการรักษา เจาะลึกถึงระดับเซลล์ ตอบโจทย์ในทุกๆไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเครียด ความเร่งรีบ โรคระบาด สารพิษจากมลภาวะ PM 2.5 และปัจจัยอื่นๆมากมาย ที่อาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ นำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บ หลากหลายโรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

WE WELLNESS CENTER เรามีวิทยาการทางการแพทยที่ทันสมัยได้มาตรฐาน, ทีมแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงบุคลากรที่เชี่ยวชาญ พร้อมที่จะมุ่งหาสาเหตุ ของการเกิดโรค มากกว่าที่จะเป็นเพียงการรักษาตามอาการ โดยเราคำนึง ถึงการใช้ชีวิตประจำวัน การทานอาหาร, ยา, อาหารเสริม, การพักผ่อน นอนหลับ, กรรมพันธุ์ หรือปัจจัยอื่นๆ มาบูรณาการ เกิดเป็นแผน ทางการแพทย์ที่ออกแบบมาอย่างจำเพาะบุคคล หรือ Personalized Medicine ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ผู้รับบริการทุกท่าน ได้รับประโยชน์สูงสุดจาก ดูแลสุขภาพ ส่งผลให้มีสุขภาพกายร่างกายที่แข็งแรง, จิตใจที่ดี ไปตลอดอายุขัย

เวชศาสตร์ป้องกัน (Anti-Aging)

เวชศาสตร์ป้องกัน (Anti-Aging) คือ ศาสตร์ทางการแพทย์แขนงหนึ่งที่เน้นการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก โดยดูแลทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ให้อยู่ในสภาวะที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยจะเน้นฟื้นฟูแบบองค์รวม คือ การดูแลระบบการทำงานของทั้งร่างกายให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมให้นานที่สุด ไม่เสื่อมสภาพไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยค้นหาสาเหตุของความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับร่างกายว่ามีสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร เพื่อที่จะได้ทำการป้องกันไม่ให้สาเหตุดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อการทำงานในร่างกาย จนทำให้เกิดอาการป่วย หรือมีความเสื่อมเกิดขึ้น

เวชศาสตร์ป้องกัน
ต่างจาก การรักษาแบบทั่วไปอย่างไร

การรักษาแบบทั่วไป เมื่อมีอาการป่วยแล้วจึงจะไปหาหมอเพื่อทำการรักษาให้หายจากโรคที่เป็นอยู่ โดยแพทย์จะทำการรักษาอาการที่เป็น อยู่ให้หายไปเท่านั้น แต่ไม่ได้หาสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้เกิดอาการป่วยดังกล่าว เราจึงมีโอกาสที่จะป่วยแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่

เวชศาสตร์ป้องกัน Anti-Aging นอกจากการรักษา และฟื้นฟูอาการปัจจุบันที่เป็นแล้ว ยังสามารถตรวจหาสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการป่วย ว่ามาจากระบบใดในร่างกาย นอกจากการรักษา ยังป้องกันการเกิดซ้ำของโรค จึงทำให้คนที่ดูแลสุขภาพแบบ Anti-Aging มีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากจะหายป่วยแล้ว โอกาสที่จะป่วยซ้ำก็ลดลง

เวชศาสตร์ป้องกัน เหมาะกับใคร

ผู้ที่ต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวแบบมีคุณภาพ เพราะการมีอายุยืนยาว
ไม่ใช่คำตอบของการมีชีวิตที่ดีที่มีความสุข แต่การมีสุขภาพดีและมีอายุที่ยาวนาน คือสิ่งที่ทุกคนต้องการ

WE WELLNESS CENTER

เราใช้การตรวจสุขภาพ แบบ Anti-Aging จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้มาตรฐานระดับสากลเพราะการตรวจสุขภาพแบบ Anti-Aging จะลงลึกและละเอียดมากกว่าการตรวจสุขภาพแบบทั่วไปของโรงพยาบาล โดยจะสามารถวิเคราะห์ถึงการทำงานของระดับเซลล์ได้ซึ่งถ้ามีการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์เราจะสามารถตรวจพบและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น

โปรแกรมการดูแลสุขภาพ

Bio Body Scanตรวจสแกนร่างกายด้วยเทคโนโลยี Electro Interstitial Scan (EIS)

Bio Body Scan คือ การตรวโดยใช้หลักการ Bio Feedback ด้วยวิธีการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและอันตรายต่อร่างกาย เพื่อวัดค่าความต้านทานของน้ำที่อยู่ระหว่างเชลล์ในแต่ละอวัยวะ หากเซลล์หรืออวัยวะใดทำงานผิดปกติหรือมีสารชีวเคมีที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป สัญญาณไฟฟ้าจะตอบสนองแตกต่างกัน โดยคอมพิวเตอร์จะประมวลผลและแสดงค่าออกมาเป็นกราฟ ที่ผู้รับบริการ สามารถเห็นและฟังคำอธิบายได้ในขณะเดียวกันโดยนักเทคนิคการแพทย์ เทคโนโลยี Electro In-terstitial Scan (EIS) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ในแต่ละอวัยวะ โดยเบื้องตันจะทำให้ทราบว่า ในขณะที่ตรวจมีอวัยวะใดบ้างที่ผิดปกติ รวมทั้งบอกระดับความเสื่อมของร่างกาย และแนวโน้มของโรคที่ อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้ในขณะนั้นยังไม่มีอาการของโรคก็ตาม โดยการตรวจด้วยวิธีนี้จึงเป็นแนวทางในการวางแผนป้องกันการเกิดโรคได้อย่างดีเยี่ยม เพราะสามารถประเมินความเสื่อมของเซลล์ได้อย่างแม่นยำ โดยการตรวจ Bio Body Scan สามารถวัดค่าอวัยวะภายในได้ทั้งหมด 37 อวัยวะ และระบบต่างๆ ในร่างกาย อีก 9 ระบบ ได้แก่

ABI การตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือด

ภาวะโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ เป็นอาการแสดงที่สำคัญของภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว หรือมีไขมันเกาะแทรกในหลอดเลือดซึ่งมีผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิตของร่างกาย การตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย หรือ การตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือด (Ankle Brachial Index : ABI) ที่เรียกว่าสั้นๆ ว่า การตรวจ ABI นั้น จะเป็นการตรวจหาการตีบตันของหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่ขา เพื่อประเมินว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายหรือไม่ เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไป การตรวจไม่ทำให้เจ็บปวด ทราบผลได้เลย และไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารก่อนการตรวจ

รู้จักการตรวจ ABI

การตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย หรือ การตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือด (Ankle Brachial Index : ABI) ที่เรียกว่าสั้นๆ ว่า การตรวจ ABI เป็นการตรวจคัดกรองความเสี่ยงทางหลอดเลือดทั่วร่างกาย ตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นสำหรับโรค โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดที่ขา ทำได้โดยการวัดดัชนีความดันที่ข้อเท้า เปรียบเทียบกับค่าความดันของแขนในแต่ละข้าง เพื่อตรวจดูว่ามีการตีบตันของหลอดเลือดข้างนั้นๆ หรือไม่

โดยการตรวจมีลักษณะเหมือนการตรวจวัดความดันโลหิตทั่วไป ทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก ให้ความแม่นยำสูง และไม่มีความเสี่ยงหรือได้รับความเจ็บปวดในขณะตรวจ

การตรวจ ABI มีประโยชน์อย่างไร

เพื่อตรวจดูการอุดตันของหลอดเลือดแดงและความยืดหยุ่นของหลอดเลือด รวมทั้งยังสามารถตรวจหาและประเมินภาวะความเสี่ยงต่างๆ ได้ ดังนี้

    1. วินิจฉัยหรือค้นหาโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตันที่ขาในระยะแรกๆ ที่มักพบบ่อยร่วมกับการอุดตันในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือผู้ที่มีอาการปวดขา ปวดน่อง และเป็นตะคริว
    2. การตรวจเบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การค้นหาโรคสำคัญอื่นๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองตีบ เป็นต้น
    3. ช่วยประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจในอนาคต
    4. ใช้ประเมินระดับความรุนแรงของการตีบของหลอดเลือด
    5. ใช้ตรวจเพื่อประเมินผลภายหลังการรักษา

ผู้ที่ควรรับการตรวจ

    • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือประวัติสูบบุหรี่มานาน
    • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ เช่น ภาวะอ้วน ความดันโลหิตสูง ภาวะคอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน
    • ประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง
    • ผู้ที่มีระดับของสารบางอย่างในเลือดสูง เช่น โฮโมซีสทีน (Homocysteine) และ ไลโพโปรตีน (Lipoprotein)
    • ผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือสูบบุหรี่มากกว่า 10 ปี
    • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

Anti-Aging Program คือ โปรแกรมดูแลสุขภาพ ที่เน้นทั้งการป้องกันและการรักษา ฟื้นฟูดูแลสุขภาพ และการชะลอวัย  โดยเริ่มต้นจากการขจัดสารพิษและของเสียต่างๆที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดโรค เช่น ไขมัน น้ำตาล ยูริค สารหนู สารปรอด สารตะกั่ว เพราะเมื่อของเสียลดลง โอกาสที่จะเกิดโรคก็จะลดลง นี้คือการป้องกัน ก่อนเกิดโรค เมื่อของเสียลดลงแล้ว เราก็จะเติม วิตามิน แร่ธาตุ สารอาหาร และสิ่งต่างๆ ที่ร่างกายขาดเพื่อบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรง แลดูอ่อนเยาว์ลง

โดยแพทย์จะออกแบบโปรแกรมการรักษาที่แตกต่างเฉพาะบุคคล แบบเจาะลึกเพื่อผลลัพธ์ที่ดีทีสุด ในการดูแลสุขภาพ

วิตามินและอาหารเสริม

Vitamin D Injection 300,000 IU

เสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Vitamin D ราชาแห่งการสร้างระบบภูมิต้านทานและการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเม็ดเลือดขาว ที่เป็นตัวกำจัดเชื้อโรค และต่อสู้กับเชื้อไวรัสต่างๆ อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการติดเชื้อในร่างกาย และลดความรุนแรงของโรคได้ จึงทำให้ระบบในร่างกายไม่ต้องหลั่ง Cytokine ที่เป็นปัจจัยหนึ่งของภาวะการอักเสบ และส่งผลให้เซลล์ในร่างกายถูกทำลาย

โดยการที่ร่างกายได้รับวิตามินดีในปริมาณที่สูงมากถึง 300,000 IU ด้วยวิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ทำให้ผู้รับบริการ ได้รับปริมาณวิตามินครบถ้วนตามความต้องการและยังไม่สามารถทดแทนได้จากวิธีการรับประทานอาหารเสริมเพียงอย่างเดียว

Recovery Blood

การให้วิตามินทางหลอดเลือดเพื่อล้างของเสีย สารพิษสารโลหะหนัก เช่น สารปรอด สารตะกั่ว สารหนูที่อยู่ในร่างกาย เพื่อช่วยฟื้นฟูหลอดเลือด และปรับสมดุลของร่างกาย

เหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคต่อมลูกหมาก โรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน ชาปลายมือปลายเท้า
  2. ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษโลหะหนัก
  3. ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการล้างสารพิษโลหะหนัก เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้องการผิวพรรณเปล่งปลั่งและชะลอวัย

ประโยชน์ที่ได้รับ

Immune Booster

การให้วิตามินซีในปริมาณทีสูงและกรดอมิโนที่จำเป็นเข้าไปในร่างกาย ให้เข้าไปช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะต่อสู้กับเชื่อโรคที่เข้ามาสุ่ร่างกายได้ดีขึ้น

เหมาะกับใคร

    1. คนที่มีปัญหาภูมิแพ้
    2. ไมเกรน
    3. อ่อนเพลีย
    4.  ปวดกล้ามเนื้อ
    5. โรคหอบหืด
    6.  โรคติดเชื้อ
    7.  ปัญหาระบบทางเดินหายใจ
    8.  โรคแพ้ภูมิต้านทานตนเอง
    9. โรคผื่นผิวหนัง
    10.  โรคหัวใจและหลอดเลือด
    11. โรคมะเร็ง

ประโยชน์ที่ได้รับ

Energizer

การให้ สารอาหารและวิตตามินรวมหลากหลายชนิดทางหลอดเลือดเพื่อเพิ่มพละกำลังความสดชื่น เสริมสร้างพลังงานให้กับเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย

เหมาะกับใคร

    1. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ เหนื่อยล้าจากการทำงาน
    2. ผู้ที่มีภาวะเลือดหนืด เลือดข้น
    3. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูเซลล์ และเสริมสร้างภูมิต้านทาน
    4.  ผุ้ที่ขาดสารอาหาร ทานอาหารไม่ครบ 5หมู่
    5. ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหารแฝง
    6. มีอาการหอบ หืด ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก
    7. ผู้ที่มีอาการไทรอยด์เป็นพิษ

ประโยชน์ที่ได้รับ

Brain Booster

การให้สารน้ำผ่านทางหลอดเลือดดำ ซึ่งประกอบไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อสมอง โดยเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบประสาทและสมอง กระตุ้นสารสื่อประสาท ให้เซลล์ประสาททำงานได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพความจำให้ดีขึ้น ดังนั้น การให้วิตามินทางหลอดเลือด ด้วยสูตร Brain Booster ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการบำรุงและฟื้นฟูการทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหมาะกับใคร

    1. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทและสมอง
    2. ผู้ที่มีปัญหาด้านความจำ หลงลืม
    3. ผู้ที่ป่วยจากโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะความจำเสื่อม ความจำไม่ดี หรือสมาธิสั้น
    4. ผู้ที่ต้องการลดปัจจัยในการเกิดภาวะสมองเสื่อม
    5. ผู้ที่ทำงานหนักต้องใช้ความคิดตลอดเวลา
    6. ผู้ที่มีภาวะซึ่มเศร้า
    7. ผู้ที่เป็นไมเกรน

ประโยชน์ที่ได้รับ

Liver Detox

การให้วิตามิน กรดอะมิโน วิตามินบี ซี แมกนีเซียม โซเดียมไบคาร์บอเนต เปปไทด์กลูตาไธโอน และสารอาหารต่าง ๆ ที่จะช่วยเข้าไปส่งเสริมการทำงานของตับเพื่อให้ตับขับสารพิษของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น เพราะเมื่อตับขับสารพิษได้ดีขึ้น โอกาสที่ตับจะทำงานหนักและสะสมสารพิษก็น้อยลง สุขภาพโดยรวมของเราก็จะดีตามไปด้วย

เหมาะกับใคร

    1. ผู้ที่ชอบสายปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ
    2. ผู้ที่ทำงานสัมผัสสารพิษ สารเคมีเป็นประจำ เช่น ช่างทำสีผม เกษตรกร หรือทำงานใกล้โรงงานอุตสาหกรรม
    3. ผู้ที่ชอบทานอาหารประเภทปิ้ง ย่าง และของทอดๆมันๆ อาหารที่ผ่านความร้อนสูงๆ
    4. ผู้ที่ทำงานหนักนอนน้อยนอนดึก และมีความเครียดสะสม นอนไม่หลับ หลับไม่ลึก ไม่มี Deep Sleep
    5. ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารแปรรูป เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก และอาหารที่มีสารกันบูดปนเปื้อนเป็นประจำ
    6. ผู้ที่รับประทานยาแก้ปวดและยารักษาโรคเป็นเวลานาน
    7. ผู้ที่ชอบรับประทานวิตามินเยอะๆเกินปริมาณ
    8. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
    9. ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบ
    10. ผู้ที่นอนดึก และมีความเครียดสะสม

ประโยชน์ที่ได้รับ

NAD+

NAD+ ย่อมาจากคำว่า Nicotinamide adenine dinucleotide เป็นโคเอนไซม์ที่สามารถเกิดขึ้นได้เองในร่างกายของมนุษย์ ที่ถือเป็นสารส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเซลล์ในระดับ DNA ซึ่งเมื่อมีอายุที่มากขึ้นร่างกายของเราก็จะผลิต NAD+ ออกมาได้น้อยลงส่งผลที่ทำให้เกิดความชรา โดยได้มีงานวิจัยออกมาว่าเมื่ออายุ 50 ปี NAD+ ในร่างกายจะลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของวัยอายุ 20 ปี และเมื่อมีอายุ 80 ปี NAD+ จะลดเหลือเพียงแค่ 20% เท่านั้น เราจึงควรให้ NAD เมื่ออายุเกิน 40 ปีขึ้นไป

เหมาะกับใคร

    1. ผู้ที่รักสุขภาพต้องการชะลอความเสื่อมของร่างกาย
    2. ผุ้ที่ต้องการจะฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาท ชาตามมือ ตามเท้า
    3. ผุ้ทีมีความเสื่อมถอยของสมอง ความจำเสื่อม ขี้หลง ขี้ลืม
    4. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
    5. ผู้ที่ทำงานหนัก อ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ
    6. ผู้ที่เคยติดยาเสพติด และการใช้สารเคมีบางอย่างในทางที่ผิด
    7. ผู้ที่ปัญหาทางด้านสายตา ตาพร่ามัว ปวดตา ใช้สายตาเยอะ
    8. ผู้ที่น้ำหนักเยอะ ต้องการลดน้ำหนัก

ประโยชน์ที่ได้รับ

NAD+

เป็นกรดอะมิโนโปรตีนบำรุงเซลล์ไตโดยเฉพาะ ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็น (ร่างกายสร้างไม่ได้) โดยกรดอะมิโนจะทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของไตได้

เหมาะกับใคร

    1. ผู้ที่ดื่มน้ำน้อย
    2. ผู้ที่รับประทานอาหารรสจัดเป็นประจำ
    3. ผู้ที่ทานยาหรือสมุนไพรเป็นประจำ
    4. ผู้ที่นอนดึกเป็นประจำ มีความเครียดสะสม
    5. ผู้ที่ค่าการกรองของไตเสื่อมกว่าวัย
    6. ผู้ที่รับประทานอาหารแปรรูป อาหารปิ้ง ย่าง ทอด
    7. ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ
    8. ผู้ที่ดื่มกาแฟ น้ำหวานเป็นประจำ

ประโยชน์ที่ได้รับ

NAD+

การให้สารน้ำทางหลอดเลือด เพื่อช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกาย ช่วยลดไขมัน กระชับสัดส่วน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

เหมาะกับใคร

    1. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว ต้องการลดน้ำหนัก ระบบเผาผลาญต่ำ
    2.  ผู้ที่ต้องการเสริมพลังงาน กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อทำร่วมกับการออกกำลังกาย
    3. ผู้ที่เริ่มมีปัญหาระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือดสูง รวมถึงผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

ประโยชน์ที่ได้รับ

Insulin booster

การให้วิตามินทางหลอดเลือด เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที

เหมาะกับใคร

    1. ผู้ป่วยเบาหวาน เพราะในโรคเบาหวานจะมีภาว:น้ำตาลที่สูงจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระจำนวนมาก และนุมูลอิสระเหล่านี้จะไปทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่ทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานผิดปรกติ
    2. ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะเมื่อร่างกายเผาผลาญน้ำตาลได้ดี การลดน้ำหนักก็จะเป็นไปอย่างดีและมีประสิทธิภาพ
    3. ผู้ที่ต้องการการดูแลสุขภาพผิวพรรณ เมื่อใช้เสริมกับสารต้านอนุมูลอิสระเช่น วิตามินซี วิตามินอี Glutathione แล: Coenzyme Q10
    4.  ผู้ที่ต้องการลดสารพิษโลหะหนักในร่างกาย
    5. ผู้รักสุขภาพทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพ

ประโยชน์ที่ได้รับ

ทีมแพทย์ของเรา

พญ.แพรวไพลิน กุศลมโนมัย

Qualification

    • American Board of Aesthetic medicine
    • Board certified of anti-aging medicine
    • American Board of Laser surgery

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

นพ.ณัฐพล สุวรรณ

Qualification

  • Board Diploma in Anti-Aging Medicine The World Society of Anti-Aging Medicine (WOSAAM), Belgium
  • American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine (ABAARM) The American Academy of Anti-Aging and Regenerative Medicine (A4M), USA
  • Thai Board of Preventive Medicine (Public Health), The Medical Council of
    Thailand

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

กิจกรรมของเรา

ติดต่อเรา